ลาก่อน "อากิระ นิชิโนะ” บ๊ายบาย...แล้วใครมาแทน
- กันดั้ม วิง
- 24 ส.ค. 2564
- ยาว 1 นาที
ฟุตบอลไทยถึงจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเมื่อ “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ”
ตัดสินใจยุติสัญญากับ “อากีระ นิชิโนะ” กุนซือชาวญี่ปุ่น การแยกทางกันครั้งนี้ไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะมีแววมาตั้งแต่ทีมชาติไทยไม่ได้ตั๋ว “ฟุตบอลโลก 2022” รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้ายโซนเอเชีย แบบลุ้นไม่ขึ้นอยู่แล้ว ถ้าวัดกันตามผลงานตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ “นิชิโนะ” เปิดตัวคุมทีมชาติไทย
ถือว่าโดยรวมไม่ประสบความสำเร็จจริงๆ การมาของ “นิชิโนะ” ในวันนั้นถือเป็นความหวังของวงการฟุตบอลไทยอย่างสูง นี่คือ “กุนซือเอเชียคนแรกในประวัติศาตร์ทีมชาติไทย” หลายคนคาดหวังว่า “นิชิโนะ” จะขนทีมงานชาวญี่ปุ่นที่ระเบียบวินัยเต็มสิบและความเป็น “มืออาชีพ” เต็มร้อยมาทำงานที่เมืองไทยด้วย พาทีมชาติไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แต่ตลอด 2 ขวบปีที่ผ่านมา ดูบอลออนไลน์ “นิชิโนะ” ต้องปวดหัวไม่น้อยกับที่ต้องทำงานดูแล 2 ทีมไปพร้อมกันๆ อีกทั้งยังมีภารกิจต้องกลับ “แดนซามูไร” อยู่บ่อยหน ที่สำคัญคือเจอพิษ “โควิด-19” เข้ามาป่วนทำให้การเตรียมทีมต่างๆเต็มไปด้วยปัญหาตลอดมา จนสุดท้ายผลงานจึงถือว่า “ล้มเหลว” กว่าที่คาดหวัง สถิติการคุมทีมชาติไทยของ “นิชิโนะ” ทั้งชุดใหญ่และ U-23 รวมเบ็ดเสร็จ 23 นัด ชนะไปแค่ 6 นัด เสมอ 8 นัด และแพ้ไป 8 เกม “นิชิโนะ” ทำผลงานได้ดีที่สุดคือพาทีม U-23 ทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย “ฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2020” ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ แต่เอาจริงๆ ถือว่าผลงานไม่ประสบความสำเร็จ
เพราะสมาคมฯ วางเป้าหมายไว้ที่การตีตั๋วไปโอลิมปิก 2020 “โตเกียวเกมส์”
นอกจากนั้นยังทำทีม U-23 ตกรอบแรกแบบไม่เป็นท่า และไม่เหลือฟอร์มใน “ซีเกมส์ 2019” ที่ประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย ส่วนผลงานกับทีมชาติไทยชุดใหญ่ใน “ฟุตบอลโลก 2022” รอบคัดเลือก รอบสองเตะไป 8 นัดชนะ 2 เสมอ 3 แพ้ 3 จบรองบ๊วยของกลุ่มไม่ได้ เข้าไปลุ้นในรอบต่อไป
ถ้าพิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา ต้องถือว่าไม่น่าแปลกใจที่ “นิชิโนะ” จะต้องยุติสัญญาก่อนเวลาอันควร ทั้งที่เคยมีข่าวต่อสัญญาออกไปถึงการคุมทีม “เอเชียนคัพ 2023” แล้วด้วยซ้ำสมาคมฯ ให้เหตุผลว่าสนับสนุนการทำงานทุกอย่างตามที่ “นิชิโนะ” ต้องการ แต่ผลงานไม่ได้ตามเป้า และการจ้างกุนซือระดับนี้มาต้องมีความคาดหวังผลงาน พิจารณาแล้วจึง “ยุติสัญญา” ถึงตรงนี้ เว็บดูบอล “นิชิโนะ” บ๊ายบายไปแล้วก็จริง แต่สมาคมฯ ต้องพิจารณาด้วยว่าสาเหตุแห่งความล้มเหลวของทีมชาติไทย ที่ผ่านมาเป็นเพราะ “โค้ช” อย่างเดียวหรือเปล่า แน่นอนละว่าต้องมีคำถาม ใครจะมาเป็นโค้ชคนใหม่แทน “นิชิโนะ” แต่ต้องคิดให้รอบด้านด้วยว่าตัวกุนซืออาจไม่ใช่ “คำตอบสุดท้าย” ของทุกสิ่ง ฟุตบอลทีมชาติไทยคือ “ยอดปลาย” ที่ใครๆก็รู้ แต่ระบบการพัฒนาจาก “รากฐาน” ทั้งผลิตทรัพยากรนักเตะและลีกในประเทศของเราตอนนี้ดี แค่ไหนเป็นสิ่งที่ สมาคมฯ ต้องตอบให้ได้ ไม่งั้นการเปลี่ยนโค้ชมันก็แค่เปลี่ยนบรรยากาศ แต่สุดท้ายวนลูปเดิมๆอยู่ดี บอลแพ้แค่เปลี่ยนโค้ช แต่ไม่ได้เปลี่ยนวิธีคิดหรือการทำงาน ฟุตบอลล้มเหลวเอะอะโทษแต่โค้ช
ทุกวันนี้ สมาคมฯ ยังเป็นพวก “ไม้หลักปักขี้เลน” อยู่เลย นโยบายไม่มีความแน่นอน บอกจะให้โค้ชทำยาวๆมองระยะไกล แต่เห็นระยะใกล้ถ้าไปไม่รอดก็ล้มไม่เป็นท่าทุกที ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้ไม่น่าจะอยู่ที่ว่า “นิชิโนะ” ไปแล้วใครจะมาแทน แต่ต้องถามว่า สมาคมฯ จะเปลี่ยนแปลงการทำงานของตัวเองอย่างไรด้วยมากกว่า




ความคิดเห็น