ลิขสิทธิ์บอลไทยอู้ฟู่ แต่ “สโมสร” ได้กี่บาท
- กันดั้ม วิง
- 27 พ.ย. 2563
- ยาว 1 นาที
การเปิดตัวของ “บริษัท เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด” และ “ELEVEN SPORTS” พาร์ทเนอร์
จากอังกฤษ ในการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย ดูจะได้กระแสตอบรับอย่างยอดเยี่ยม นี่คือมติใหม่และจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการฟุตบอลไทยที่เป็นไปตามคอนเซปต์การแถลงข่าวที่ว่า “THAI FOOTBALL : THE FUTURE IS YOU” “เซ้นส์” คือบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ชั้นนำของเมืองไทย ขณะที่ “ELEVEN SPORTS” เป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์ม
และแอปพลิเคชั่นกีฬาระดับโลกจากประเทศอังกฤษ การจับมือร่วมกันเข้ามาลุยฟุตบอลไทยจึงถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่งว่าในระยะเวลาสัญญา 8 ปีนับจากฤดูกาล 2021-2028 ฟุตบอลไทยจะเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไรบ้าง ดูบอลออนไลน์ รายละเอียดสัญญาระบุว่า “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” จะได้ “ลิขสิทธิ์การผลิตสัญญานและถ่ายทอดสด” ครอบคลุมทุกรายการที่จัดโดย “สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ” ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันของ “ทีมชาติไทย” ทุกชุด ทุกรุ่น ฟุตซอล รวมถึง “ไทยลีก” ทุกระดับ “ฟุตบอลถ้วย” “ฟุตซอลลีก” ตลอดจน “ESPORTS” และ “FANTASY LEAGUE” ด้วย พูดง่ายๆคือ “เหมายกเข่ง” ทุกการแข่งขันที่เป็นลิขสิทธิ์ของ สมาคมกีฬาฟุตบอลไทย การเข้ามาซิวลิขสิทธิ์ครั้งนี้ “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” ต้องจ่ายเงินก้อนมโหฬารกว่า “1.2 หมื่นล้านบาท” ในระยะเวลาสัญญา 8 ปี แบ่งเป็นจ่ายปีละ 1,500 ล้านบาท แยกย่อยออกมาคือ 1,200 ล้านบาท เป็นค่าลิขสิทธิ์ และอีก 300 ล้านบาทเป็นค่าผลิต อธิบายให้เข้าใจง่ายๆว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯรับไปเลย 1,200 ล้านบาทต่อปี ส่วนอีก 300 ล้านบาทจะไปเป็นค่าผลิตในการถ่ายทอดสด ซึ่งแต่เดิม สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องควักจ่ายเอง ตรงนี้น่าสนใจ เพราะสมัย “ทรูวิชั่นส์” ซื้อลิขสิทธิ์ไป คือแค่รับสัญญาน เพื่อนำไปออกอากาศเท่านั้น ทำให้คุณภาพการถ่ายทอดสดขึ้น อยู่กับโปรดักชั่นที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เลือกให้ แต่ถ้า “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” ควักเอง 300 ล้านบาทในการผลิตก็น่าจะหมายถึงสามารถควบคุมคุณภาพของงานโปรดักชั่นได้ ทีนี้ละรูปแบบการถ่ายทอดสดจะเปลี่ยนไปแน่ๆ
เท่าที่มีการเปิดเผยในงานแถลงข่าว มีการยืนยันว่าจะพัฒนาโปรดักชั่นมากมาย
ทั้งการเล่าเรื่องแบบ “Storytelling” เทคโนโลยีใหม่ๆที่จะนำมาใช้ รวมถึง “Visual Graphic” นอกจากนั้นยังมีการเก็บสถิติข้อมูลมาวิเคราะห์การแข่งขันทุกนัด เรียกว่ามีการ “โชว์ของ” ให้ได้เห็นมากมาย ในรูปแบบใหม่ของการถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย เท่านั้นยังไม่พอ ด้วยความที่ “เซ้นส์” เป็นบริษัทที่ผลิตรายการระดับชั้นนำของเมืองไทย
จึงจะผุดรายการขึ้นมาอีกถึง 5 รายการเป็น “สปอร์ต เอนเตอร์เทรนเมนต์” ในรูปแบบเกมโชว์และวาไรตี เป้าหมายคือขยายฐานกลุ่มแฟนบอลให้หันมาติดตาม และสนใจฟุตบอลไทยมากขึ้น ส่วนช่องทางการรับชมมีการยืนยันว่าสามารถดูได้ทาง“ฟรีทีวี” เหมือนเดิม แต่จะกี่คู่ยังไม่มีการยืนยัน คาดว่าไม่ครบทุกคู่แน่ๆ เพราะมีทั้งทาง “Application” และ “OTT” ให้รับชมด้วย ทั้งหมดคือรายละเอียดคร่าวๆที่ “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” เปิดเผยออกมาในวันเปิดตัว ถือว่าสวยหรูได้ใจแฟนบอลไม่น้อย แต่ทุกอย่างยังต้องรอดูว่าเมื่อถึงเวลาจริงจะสามารถทำได้จริงขนาดไหน เพราะการเข้ามาของ “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” ว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิดที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญคือ “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” ไม่มีแพลตฟอร์มทางโทรทัศน์ที่เป็นช่องของตัวเองเหมือนสมัย เว็บดูบอล “ทรูวิชั่นส์” ดังนั้นจึงอาจต้องลงทุนทางด้านนี้ด้วย จริงอยู่ที่รูปแบบถ่ายทอดสดอาจเน้นไปทาง “Application” หรือ “OTT” แน่นอนว่าตรงนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายที่สูงเหมือนโทรทัศน์ แต่ “มูลค่า” ของโฆษณาและผู้สนับสนุนก็ไม่สูงด้วยเช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นการบ้านที่สำคัญของ “เซ้นส์” และ ELEVEN SPORTS” ว่าจะตอบโจทย์ทางธุรกิจที่ตัวเองเข้ามาลงทุนมหาศาลได้อย่างไร ขณะที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อาจไม่ต้องเดือดร้อนตรงนี้มากนักเพราะเซ็นสัญญารับเงินยาวๆไปแล้ว เหมือนที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง บอกไว้นั่นละว่ามั่นคงและยั่งยืน แต่ประเด็นสำคัญที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องไม่นิ่งนอนใจคือ “เงินสนับสนุนสโมสร” ที่ตัวเลขต้องไม่ต่ำไปกว่าเดิมที่ได้อยู่ในปัจจุบันที่ทีมละ “20 ล้านบาท” ต่อฤดูกาล “บิ๊กอ๊อด” เคยพูดมาตลอดว่ามูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดต้องได้มากกว่าเดิม และสโมสรต้องได้มากกว่าเดิม แต่ตอนนี้ตัวเลขปีละ 1,200 ล้านบาท (ไม่รวมค่าผลิต) ไม่ถือว่ามากไปกว่าเดิม ปีสุดท้ายในสัญญาของ “ทรูวิชั่นส์” ที่ต้องจ่ายให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯคือ 1,200 ล้านบาทเพื่อลิขสิทธิ์ “ไทยลีก” และฟุตบอลถ้วยเท่านั้น แต่สัญญาฉบับใหม่ 1,200 ล้านบาทเป็นลิขสิทธิ์แบบเหมาทุกรายการของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
ไม่ใช่แค่ “ไทยลีก” ดังนั้นหากลงรายละเอียดไปต้องถือว่าไม่ได้มากไปกว่าเดิมแน่ๆ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องไปบริหารจัดการตรงนี้ให้ดี หากฤดูกาลหน้าสโมสรได้น้อยกว่าที่เคยได้คือ “20 ล้านบาท” ต้องถือว่า “สอบตก” อย่างปฏิเสธไม่ได้




ความคิดเห็น