top of page
ค้นหา

รวมนักเตะ ที่ได้รับบาดเจ็บ จนมีผล กับการคว้าแชมป์ของทีม

  • รูปภาพนักเขียน: กันดั้ม วิง
    กันดั้ม วิง
  • 27 พ.ย. 2563
  • ยาว 2 นาที

ฟุตบอลเล่นกันเป็นทีม ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าทีม แต่บางทีนักเตะบางคนก็มีผลกับทีมอย่างมหาศาล​

2 ฤดูกาลที่ผ่านมา เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลที่พวกเขาได้แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนที่ปีต่อมาจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ช่วงนั้นแค่เอ่ยชื่อเขา กองหน้าฝ่ายตรงข้ามก็ท้อแล้ว แต่ตอนนี้เขาจะต้องพักยาวทั้งฤดูกาลจากที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าชาร์จจนเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีก


ในอดีตที่ผ่านมาก็มีหลายทีม ที่นักเตะตัวสำคัญของทีมต้องเจ็บยาว แล้วส่งผลกระทบต่อการได้แชมป์ของพวกเขา สาวกหงส์แดงอ่านเรื่องนี้แล้วต้องเผื่อใจเสียวไว้บ้างก็ดี เอดูอาร์โด้ (อาร์เซน่อล) 2007/08 อันดับก่อนบาดเจ็บ : 1 , นำหน้า 5 แต้ม อันดับหลังจบซีซั่น : 3 , ห่างจากแชมป์ 4 แต้ม ดูบอลฟรี มาร์ติน เทย์เลอร์ ของ เบอร์มิ่งแฮม พุ่งเสียบ เอดูอาร์โด้ อย่างน่าเกลียดจนถึงกับขาหักเมื่อ 9 ปีก่อน ส่งผลเสียต่อ เดอะ กันเนอร์ส อย่างที่สุด พวกเขาบุกมาเยือนถิ่น เซนต์ แอนดรูว์ส โดยมีคะแนนนำเป็นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก 5 แต้ม และส่อแววได้ลุ้นแชมป์ลีก หลังจากแพ้แค่นัดเดียวใน พรีเมียร์ลีก 26 นัดก่อนบุกมาเยือน เบอร์มิ่งแฮม ในเดือนก.พ. อาร์เซน่อล ก็เสมอในลีก 3 นัดซ้อนก่อนบุกไปแพ้ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เท่านั้นไม่พอ พวกเขายังแพ้ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด และถูก ลิเวอร์พูล เขี่ยตกรอบ 8 ทีมถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก กระทั่งต้องจบซีซั่นแบบน่าผิดหวัง เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้) 2015/16 เดอ บรอยน์ ร้างสนามไปนาน 10 สัปดาห์หลังประสบกับปัญหาเอ็นหัวเข่า และข้อเท้าฉีกขาดในเกม แคปปิตอล วัน คัพ รอบตัดเชือก กับ เอฟเวอร์ตัน ในเดือน ม.ค.2016 ซึ่งลงเอยแล้ว เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์รายการนี้ได้ในซีซั่นสุดท้ายของกุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ แต่พลาดแชมป์รายการใหญ่หลังจากไม่มี เดอ บรอยน์ พวกเขาหล่นจากอันดับ 2 มาอยู่อันดับ 4 จากอาการบาดเจ็บของยอดกองกลางโดยแพ้ใน พรีเมียร์ลีก 4 จาก 7 นัดซึ่งก็รวมถึงเกมดวลกับ เลสเตอร์ และ สเปอร์ส สองทีมร่วมลุ้นแชมป์ ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ถูก บอร์นมัธ เขี่ยตกรอบถ้วย เอฟเอคัพ ก่อนปราชัยในรอบ 8 ทีมถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) 2016/17 เมื่อไม่มี เคน สเปอร์ส ก็ล้มเหลวในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อ 3 ปีก่อนเนื่องจาก 5 เกมในลีกที่ไร้กองหน้าคนสำคัญ ไก่เดือยทอง ยิงได้แค่ 6 ลูกเท่านั้น ผลเสมอกับ บอร์นมัธ 1-1 , เวสต์บรอมวิช 0-0 และ เลสเตอร์ 1-1 เปิดทางให้ สิงห์บลูส์ เร่งสปีดแซงหน้าได้ทั้งๆที่ในเดือนก.พ.ทีมร่วมเมืองแทบหมดลุ้นไปแล้ว


ดูบอลฟรี

แต่หาก สเปอร์ส มี เคน ลงบู๊ได้ ก็เชื่อว่าพวกเขาน่าจะมีสิทธิ์หยิบแชมป์ไปครอง

ซานติ กาซอร์ล่า (อาร์เซน่อล )2015/16 และ 2016/17 กาซอร์ล่า พลาดการลงบู๊ไปนาน 5 เดือนหลังเจ็บเข่าในเกมกับ นอริช เมื่อเดือน พ.ย.2015 รวมแล้วเขาได้ลงเล่น 35 นัดจากเกม พรีเมียร์ลีก 88 นัดนับตั้งแต่เริ่มซีซั่น 2015/16 พอถึงตอนที่ กาซอร์ล่า กลับมาลงบู๊ได้ในนัดปิดซีซั่น 2015/16 เดอะ กันเนอร์ส ก็ถูกทีมจ่าฝูงทิ้งห่างไปไกลถึง 10 แต้มแล้ว


แถมช่วงที่ไม่มีมิดฟิลด์ตัวกลั่นในซีซั่น 2016/17 อาร์เซน่อล ซึ่งมีแต้มเท่ากับ แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงหลังผ่านไปแปดเกมก็หล่นไปรั้งอันดับห้าโดยถูก เชลซี ทีมแชมป์ทิ้งห่าง 18 แต้ม และความปราชัยในลีกเก้านัดของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นนั้น บอลถ่ายทอดสด กาซอร์ล่า ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเลยแม้แต่นัดเดียว เฟร์นานโด ตอร์เรส และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (ลิเวอร์พูล) 2008/09 ตามทฤษฎีแล้ว ซีซั่น 2008/09 น่าจะสวยหรูมาก เพราะเป็นซีซั่นที่ 2 ของ ตอร์เรส ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเขาสร้างชื่อตั้งแต่ซีซั่นแรกโดยยิงได้ 33 ประตู และแอสซิสต์ 5 ประตูจาก 45 นัดในซีซั่น 2007/08 ขณะที่ เจอร์ราร์ด ยิงได้ 21 ประตู และแอสซิสต์ 18 ประตูจาก 52 นัด ถึงอย่างนั้น แม้ซีซั่น 2008/09 จะถูกจดจำว่า ลิเวอร์พูล เกือบคว้าแชมป์ลีกที่พวกเขารอคอยมานานได้สำเร็จ แต่ถ้วยพรีเมียร์ลีกก็หลุดมือพวกเขาไปอีกทั้งๆที่มีสองดาวเตะชั้นยอดอยู่ในสังกัด หากแต่ ตอร์เรส กับ เจอร์ราร์ด ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกร่วมกันแค่ 14 นัดซึ่งพวกเขากำชัยได้ 11นัด และเสมอสามนัดจากปัญหาบาดเจ็บ รอย คีน (แมนฯ ยูไนเต็ด) 1997/98 ยูไนเต็ด รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงตอนที่พวกเขาบุกไปเยือน ลีดส์ ในช่วงปลายเดือน ก.ย.และได้ตำแหน่งรองแชมป์โดยเป็นรอง อาร์เซน่อล หลังจบซีซั่นซึ่งเป็นผลมาจากการไม่มี คีน อันที่จริง ผีแดง รับมือกับสถานการณ์ได้ดีอย่างที่ทุกคนคาดหมายเนื่องจากทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทวงเก้าอี้จ่าฝูงกลับคืนมาได้ภายในเดือนแรกที่ขาด คีโน่ และรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้จนถึงกลางเดือนเม.ย.ซึ่งพวกเขานำห่าง อาร์เซน่อล ถึง 11 แต้ม แต่กลับชนะแค่ 5 จาก 13 นัด


หลังพ้นจากปีใหม่ สุดท้ายแล้ว เดอะ กันเนอร์ส ก็ปาดหน้าเข้าเส้นชัยโดยมีแต้มมากกว่า ผีแดง แค่แต้มเดียวเท่านั้น เห็นแบบนี้แล้ว ลิเวอร์พูล ก็ควรทำใจไว้นิดนึง เพราะเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นกับใครก็ได้

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page