ฟอร์มของ ทีม "หมาป่า" โรม่า อาการสาหัส!
- กันดั้ม วิง
- 28 พ.ค. 2564
- ยาว 1 นาที
ความหวัง ที่จะกลับไปชิงฯฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรก ในรอบ30ปีของโรม่า ดูจะสูญสลายไปแล้ว?
ความปราชัยอย่างย่อยยับถึง 6-2 ต่อ แมนฯยูไนเต็ด ในเลกแรกของรอบรองฯ ยูโรป้า ลีก เท่ากับเป็นการดับความหวังของ ตัวแทนหนึ่งเดียวจากอิตาลีที่เหลืออยู่ ไปโดยปริยาย ทีมหมาป่า ที่ไม่แพ้ใครในเกมยุโรปซีซั่นนี้มาถึง 6นัดติดต่อกัน ต้องเอาชื่อมาทิ้งไว้ที่ โอลด์ เทรฟฟอร์ด อีกครั้ง หลังเคยมาสิ้นชื่อที่นี่ ด้วยการแพ้ยับถึง 1-7 ในถ้วยใบใหญ่
เมื่อปี2007 ลางร้ายของเกมนี้ เริ่มต้นจากการที่หมาป่า ต้องมาเสียผู้เล่นตัวหลักไปถึง 3คน เพียงแค่ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก จากปัญหาอาการบาดเจ็บ เริ่มจาก "ชอร์ดาน แวร์กตูต์" แกนหลักในแดนกลาง ที่อยู่ในสนามได้เพียงแค่ 5นาที ตามมาด้วย "เปา โลเปซ" นายประตูมือหนึ่งที่เจ็บไหล่ ในจังหวะลงพื้น จากการพยายามพุ่งไปเซฟลูกยิง
ปิดท้ายด้วย "เลโอนาร์โด้ สปินัซโซล่า" แบ็คทีมชาติอิตาลีที่โชคไม่ดีไปอีกคน แม้ว่าโรม่า จะเป็นฝ่ายนำอยู่ 2-1 เมื่อจบครึ่งเวลาแรก ดูบอลสด ดูบอลสด แต่การต้องขาดแกนหลักไปพร้อมๆกันถึง 3 ราย ทำให้ไม่สามารถจะต้านทาน เกมรุกอันดุดันดของเจ้าบ้านเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามเกมนี้ "เอดิน เชโก้" หัวหอกของหมาป่า ที่เคยมาค้าแข้งในแดนผู้ดี
ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า เขาถูกโฉลกกับการยิงประตูผีแดง หัวหอกบอสเนี่ยนวัย35 เคยมาค้าแข้งกับ แมนฯ ซิตี้ ทีมคู่ปรับร่วมเมืองของ แมนฯยูไนเต็ด ในช่วงระหว่างปี 2011-15 และเขาก็กลายเป็นตัวแสบสำหรับบรรดาเหล่าเร้ดอาร์มี่ จากการที่สามารถฝากรอยแค้นเอาไว้ ให้กับปีศาจแดงได้ถึง 7ประตู ในการลงเผชิญหน้ากัน 9นัด!
นอกจากนั้นเจ้าตัวยังสามารถทำได้อีก 2 แอสซิสต์ จึงสามารถพูดได้ว่าดาวยิงรายนี้ คือตัวแสบสำหรับปีศาจแดงอย่างแท้จริง โดยเมื่อนับรวมกับประตูล่าสุดเมื่อคืนนี้ ทำให้ผีแดงกลายเป็นทีมที่ เชโก้ ถูกโฉลกมากที่สุดอันดับสอง เท่ากับ สตุ๊ตการ์ต ที่ถูกเขาซัดไป 8 ตุง ในสมัยที่ค้าแข้งอยู่ในเยอรมัน ส่วนทีมที่โดนเขาถล่มไปมากที่สุด
คือวิคตอเรีย พิลเซ่น ที่รับไป 9 ลูกด้วยกัน ถ้วยใบเล็กของยุโรป ถือเป็นความหวังสุดท้ายของทีมหมาป่า ในซีซั่นนี้ เนื่องจากปัจจุบันพวกเขารั้งอันดับ7 ของตารางเซเรีย อา โดยที่เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่ 5 นัด ซึ่งการที่พวกเขามีคะแนนตามหลังทีมอันดับ4 อยู่ถึง 11 คะแนน จึงเป็นเรื่องยากมาก กับการจะคว้าโควต้า ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยเส้นทางสายนี้
ดังนั้นการจะกลับไปเล่นในถ้วย บิ๊กเอียร์ จากโควต้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก จึงกลายเป็นความหวังสูงสุด สำหรับหมาป่าไปโดยปริยาย นอกจากนั้น ถ้วยใบนี้ยังเป็นแรงจูงใจที่จะทำให้สโมสร กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง หลังจากที่เคยได้โทรฟี่ โคปปา อิตาเลีย เป็นรายการสุดท้ายเมื่อ 13ปีก่อน เทรนเนอร์ของทีมอย่าง "เปาโลฟอนเซก้า"
ก็เป็นอีกคนที่หวัง จะพึ่งพาความสำเร็จในรายการนี้ เพื่อหวังรักษาเก้าอี้ของตนเองเอาไว้ เฮดโค้ชโปรตุกีส ดูบอลผ่านเน็ต เข้ามาคุมทีมหมาป่าในช่วงซัมเมอร์ของปี2019 ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาต้องบริหารทีมภายใต้งบประมาณที่จำกัด จากผู้บริหารคนก่อนมาโดยตลอด ทำให้นับตั้งแต่ปี 2018 ที่ทีมหมาป่า เข้าไปได้ถึงรอบตัดเชือกของถ้วยบิ๊กเอียร์
ก่อนจะไปเสียท่าให้กับลิเวอร์พูล พวกเขาก็ยังไม่เคยคว้าอันดับท็อป4ของ เซเรียอาได้อีกเลย และหลังจากที่ โรม่า มีการเปลี่ยนเจ้าของใหม่มาเป็น "แดน ฟรายกิ้น" มหาเศรษฐีชาวอเมริกันในซีซั่นนี้ ผลงานของเขาก็ดันไม่เข้าตา เจ้าของรายใหม่เสียอีก โดยในช่วงสัปดาห์นี้มีข่าวหลุดออกมาว่า ผู้บริหารหน้าใหม่ได้ไปจองตัว "เมาริซิโอ ซาร์รี่"
อดีตเทรนเนอร์ของยูเวนตุส เตรียมไว้แทนที่เขาแล้วในซีซั่นหน้า ทำให้แชมป์ ยูโรป้า ลีก จึงเปรียบเสมือนกับเป็น ฟางเส้นสุดท้าย ที่เทรนเนอร์หนุ่ม จะต้องพยายามคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่ถึงตอนนี้คงต้องยอมรับแล้วว่า โอกาสที่จะสร้างปาฎิหารย์ของ ฟอนเซก้า และ ทีมหมาป่า ดูจะริบหรี่เต็มที และความหวังของตัวแทนจากอิตาลี ก็คงจะต้องหมดลงไป พร้อมๆกัน!




ความคิดเห็น