ฟุตบอลทีมชาติ เบลเยี่ยม Now or Never
- กันดั้ม วิง
- 22 ก.ค. 2564
- ยาว 1 นาที
บอลยูโร 2020 เสมือนจะวางโปรแกรมให้คู่เล็กมาเตะก่อนตอน 5 ทุ่ม แล้วเกมชนช้างค่อยมาตอนตี 2
ก็ไม่รู้เรื่องว่าจะทรมาทรกรรมผู้ชมอย่างเรากันเพราะเหตุใด เมื่อสภาพร่างกายไม่อำนวยให้มองได้ทั้งยัง 2 คู่ คนไม่ใช่น้อยเลือกนอนก่อนแล้วไปตื่นมองคู่ ประเทศเบลเยี่ยม ประเทศโปรตุเกส แล้วโยนเกมคู่ ฮอลแลนด์ กับ เชก ทิ้งไป เปลี่ยนเป็นการตัดสินใจที่บกพร่องซะงั้น เพราะเหตุว่าเกมคู่ดึกดื่นที่รู้สึกว่าจะมันหยดกลับกลายมันย่อง ไม่สนุกเหมือนอย่างที่คิด ทั้งคู่กลุ่มมีการตัดเกมกันบ่อย เกมรุกก็ไม่ค่อยจะไปถึงหน้าประตูคู่ต่อสู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศเบลเยี่ยม ที่กังวลใจอย่างยิ่งว่าบอลจะไปถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลยจำเป็นต้องตัดเกมไป 14 ครั้ง ส่วน ประเทศโปรตุเกส ก็ตัดเกมไป 9 ครั้ง ส่วนมากจะกำเนิดในช่วงหลังจนกระทั่งเกมหมดสนุก แม้กระนั้นแต่ โน่นเป็นแท็คติกที่จะพาตนเองไปให้ถึงเกมท้ายที่สุดของทัวร์ที่นาเม้นท์ ภายหลังที่มีประสบการณ์มาแล้วว่าการเปิดเกมบุกเข้าใส่ เดินหน้าแล้วฆ่ามัน บางโอกาสก็ทำให้ตนเองมึนแบบเดียวกัน
เล่นเพื่อชนะ กับเล่นเพื่อบันเทิงใจ บางโอกาสมันก็ไปร่วมกันมิได้ ในจังหวะ ประเทศโปรตุเกส พาบอลขึ้นไป ประเทศเบลเยี่ยม ตั้งแผงรับเป็นแถวหน้ากระดานถึง 5 คน แล้วกึ่งกลางก็ถอยกันไปช่วยชะลอเกมให้มันมองน่าอึดอัดเข้าไปอีก ดูบอลฟรี พอเพียงเจาะมิได้ก็จำต้องยิงมันมั่วๆไปก่อน ทั้งยังเกม 23 ครั้ง แต่ว่าอย่างที่บอกนั่นแหละ เป็นการยิงเผื่อฟลุ๊ค ก็เลยเข้ากรอบเพียงแค่ 4 ครั้งเพียงแค่นั้น ตรงกันข้ามกับประเทศเบลเยี่ยม ยิง 6 ครั้ง
เข้ากรอบครั้งเดียว แล้วเป็นประตูเลย จากที่เคยบุกกระหน่ำคู่ปรปักษ์ ยิงขจัดขจายจนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็นกลุ่มแรงกิ้งอันดับ 1 ของสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ เกมนี้ ประเทศเบลเยี่ยม เปลี่ยนแปลงมาเล่นเพื่อเอาผลที่ได้รับจากการแข่งขันเสียมากกว่า เลยทำให้ผู้ชมอึดอัด รวมทั้งไม่เหมือนอย่างที่คิดกับรูปเกมที่เกิดขึ้น แม้กระนั้น กล่าวได้เต็มปากว่านี่เป็น “โกลเด้น เจนเนอเรชั่น” หรือยุคทองของ ประเทศเบลเยี่ยม
ไม่เคยมีสมัยไหนที่พวกเขาจะส่งผลงานดีขนาดนี้อีกแล้ว จากการที่เป็นชั้น 1 ในแรงกิ้งของสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติยาวนานกว่า 1,000 วัน เหลือเพียงแค่สิ่งเดียวเพื่อการันตีว่าพวกเขาสมกับที่เป็นยืนหนึ่งได้มานานร่วม 3 ปีก็เป็นการได้แชมป์รางวัลใหญ่ ได้แก่ ยูโร 2020 คราวนี้ ประเทศโปรตุเกส เป็นแชมป์จากการแข่งขันชิงชัยเมื่อครั้งที่แล้ว ประเทศเบลเยี่ยม เขี่ยพวกเขาออกมาจากทาง เป็นกลุ่มที่ชนะในทัวร์ที่นาเม้นท์ใหญ่ต่อเนื่องกันสูงสุด 5 เกม
เป็นครั้งลำดับที่สองภายใต้การควบคุมกลุ่มของ โรกางร์โต้ มาร์ตำหนิเนซ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ประเทศเบลเยี่ยม จะเจอกับ อิตาลี ของ โรกางร์โต้ มานชินี่ ที่มีสถิติน่าทึ่ง ไม่แพ้ใครกันแน่ 31 เกมต่อเนื่องกัน และไม่เสียประตู 12 เกมต่อเนื่องกัน ตราบจนกระทั่งเกมที่แล้วที่โดน ออสเตรีย เจาะไข่แดงเสร็จ แต่ว่า อิตาลี ก็ยังชนะอยู่ดี แน่ๆว่านี่ไม่ใช่งานง่ายเลย แล้วก็ที่น่าห่วงก็คือการบาดเจ็บของ เอแด็น อาซาร์ รวมทั้ง เควิน เดอ บรอยน์
ที่ทำให้ทั้งสองจำเป็นต้องถูกสลับตัวออก “ในฐานะผู้ฝึกสอน ผมอาจจะยินดีมิได้มากยิ่งกว่านี้อีกแล้ว “ มาร์ว่ากล่าวเนซ เอ๋ยถึงสมาชิกของเขา “พวกเราจำต้องพบกับกลุ่มที่ยอดเยี่ยมในยุโรป (ประเทศโปรตุเกส) ที่ทราบแนวทางที่จะเป็นแชมป์ ZoneDooBall ด้วยเหตุผลดังกล่าวมันก็เลยเป็นเกมที่ท้าพวกเราอย่างที่สุด” 11 ตัวจริงที่เจอกับ ประเทศโปรตุเกส แก่เฉลี่ย 30 ปีกับอีก 148 วัน
ซึ่งนับว่าเป็นกลุ่มที่แก่เฉลี่ยเยอะที่สุดของทัวร์ทุ่งนาเม้นท์ ยูโรอย่างยิ่งจริงๆ คริสโคนฟ เทอร์รูร์ ผู้รายงานข่าวบอลประเทศเบลเยี่ยมบอกว่า กลุ่มซาตานแดงที่ยุโรปครอบครองชั้น 1 มานานร่วม 3 ปี แต่ยังไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย ถ้าหากคราวนี้มิได้ก็ไม่เคยรู้จะว่าจะมีครั้งหลังอีกหรือไม่ ในยูโร 2016 พวกเขาถูก เวลส์ เขี่ยไม่เข้ารอบควอเตอร์ไฟน่อล พอเพียงถึงบอลโลก 2018 ก็พ่ายแพ้ ประเทศฝรั่งเศส ในรอบรองชนะเลิศ
“ความรู้สึกของผมก็คือ พวกเราควรต้องทำเป็นดีในบอลโลกที่รัสเซีย แต่ว่าเพียงพอมาคราวนี้ ผมมิได้รู้สึกอย่างงั้น เนื่องจากดูแล้วมันเกิดเรื่องยากมากมาย” “แต่ว่าพวกเราก็มีผู้ที่สามารถทำให้กลุ่มชนะได้ในทุกตำแหน่ง และก็ผู้ที่สามารถช่วยทำให้พวกเขาเป็นผู้ชนะได้ พวกเรามี เธียร์ปรี่ อองรี เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนที่ทำให้ โรเมลู ลูกาฉัน แปลงเป็นดาวยิงที่ดีขึ้นกว่าเดิม” ถ้าเกิดมิได้แชมป์คราวนี้ก็แทบไม่ต้องหวังเลยว่าในบอลโลก 2022 ประเทศเบลเยี่ยม
จะทำเป็นดีมากยิ่งกว่านี้ ด้วยเหตุว่านี่เป็นกลุ่มที่ดีเยี่ยม ที่สุดของพวกเขาแล้ว และก็ยังมองไม่เห็นว่าจะมีผู้ใดกันแน่ก้าวขึ้นมาตอบแทนได้ในช่วงเวลาอันใกล้ ระหว่างที่ตัวหลักในขณะนี้ก็ดูเหมือนจะผ่านจุดพีคของตนไปแล้ว อิตาลี จะเป็นคำตอบของพวกเขาในรอบก่อนรองชนะเลิศ




ความคิดเห็น