“ธีรศิลป์ & ดิโอโก” มาจริง...ใครจะหยุด “บีจีพียู”
- กันดั้ม วิง
- 20 พ.ย. 2563
- ยาว 1 นาที
จากฟอร์มที่ร้อนแรงแบบสุดขีดของ “บีจี ปทุม ยูไนเต็ด” ทำให้ทีมดังแห่งถิ่น “ลีโอ สเตเดียม” ถูกยกให้เป็น “เต็งจ๋า”
ลุ้นแชมป์ “ไทยลีก” ฤดูกาลนี้แบบไม่มีใครกล้าเถียง นี่คือทีมที่เพิ่งกลับขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดแท้ๆ แต่กลับทำผลงานสะเด่าทรวง เตะไป 8 นัดกลายเป็นทีมเดียวที่ไม่แพ้ใคร ชนะ 7 เกม เสมอนัดเดียว ที่สำคัญ 6 นัดล่าสุด “ชนะรวด” เก็บแต้มนำโด่งเป็น “จ่าฝูง” ทิ้งอันดับ 2 อย่าง “ราชบุรี มิตรผล” อยู่ถึง 5 คะแนน เครดิตตรงนี้ต้องยกให้ “โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน กุนซือที่ทำ “บีจีพียู”
จบฤดูกาลได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรจนสามารถเจียระไนทีมให้ออกมาแข็งแกร่งสุดๆอย่างที่เห็น แต่อีกเหตุผลสำคัญคือจุดเปลี่ยนจาก “โควิด-19” ที่ทำให้เกมหยุดพักไปกว่า 6 เดือนเต็มแล้ว “ไทยลีก” อนุญาตให้มีการส่งรายชื่อนักเตะขึ้นทะเบียนใหม่ได้หมด “ปวีณ ภิรมย์ภักดี” ดูบอลฟรี ประธานสโมสรฯจึงสั่งทุ่มซิวนักเตะ “เกรด เอ” ทั้ง “สารัช อยู่เย็น” “อันเดรส ตูเญซ” และ “มิตซุรุ มารุโอกะ” เข้ามาเสริม รวมถึง “เจนรบ สำเภาดี” ที่ถูกเลือกมาด้วย ผลงานหลัง “รีสตาร์ท” กลับมาด้วยการชนะรวด 4 เกมแสดงให้เห็นว่า “บีจีพียู” ตัดสินใจ “เลือกถูก” ต่างจากบางทีมที่เปลี่ยนต่างชาติเหมือนกัน บางทีมโล๊ะยกแผง แต่ยังไม่ได้เรื่อง ขุมกำลังพลตัวหลักของ “บีจีพียู” ถือว่าแกร่งทั่วแผ่นจริงๆ ปราการด่านสุดท้ายมี “ฉัตรชัย บุตรพรหม” นายประตูดีกรีทีมชาติไทยเฝ้าเสา แนวรับถือเป็น “กำแพงยักษ์” ที่แข็งแกร่งดุจภูผาและไม่ได้มีดีแค่ป้องกัน ทั้ง “วิคเตอร์ การ์โดโซ” “อันเดรส ตูเญซ” และ “อิรฟาน ฟานดี้” ยังขึ้นไปช่วยยิงประตูกันได้หมดทุกคน ริมเส้นฝั่งขวา “สันติภาพ จันทร์หง่อม” สอบผ่านสบายๆ อาจมีฝั่งซ้าย “สหรัฐ ปองสุวรรณ” ที่ดูยังไม่ค่อยโอเค แถมชอบ “หางานให้ตัวเอง” บ่อยๆทั้งจากพฤติกรรมในสนามและ “โซเชียล”
สำหรับแผงมิดฟิลด์ถือว่าเนียนหยด “สารัช อยู่เย็น” “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” และ “สุมัญญา ปุริสาย” ดีกรีทีมชาติไทยล้วนๆ
แถมเล่นเข้ากันได้อย่างลงตัว ที่ดูจะเป็นปัญหาคือกองหน้า แม้ “เจนรบ” จะเหมือนมาเกิดใหม่ที่ “บีจีพียู” และ “โตติ” สามารถทดแทนได้ดีในระดับหนึ่งตรงนี้ แต่ยังไม่มีประเภท “โป้งปิดบัญชี” อยู่ดี จากทั้งหมด 8 เกม “ดาวซัลโว” ของทีมกลายเป็นกองหลังอย่าง “วิคเตอร์ การ์โดโซ” ที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูจาก 1 ลูกโหม่งและ 3 จุดโทษ ทีเด็ดของ “บีจีพียู”
คือ “ลูกตั้งเตะ” ที่สร้างโอกาสให้เป็นสกอร์เกือบทุกเกม และทำให้ “อันเดรส ตูเญซ” กับ “อิรฟาน ฟานดี” มีสกอร์จากจุดเริ่มที่ฟรีคิกและเตะมุมนี่ละ ส่วนสกอร์ที่มีมาจากการเล่นแบบ “โอเพ่น เพลย์” เกิดขึ้นจาก “ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์” ที่ยิงไป 2 ประตู ที่เหลือเป็นของตัวรุกทั้ง “โตติ” “เจนรบ” และ “สิโรจน์ ฉัตรทอง” ที่ยิงได้อีกคนละลูก ถ้าดูจากสถิติตรงนี้เท่ากับว่าทั้ง 12 ประตูที่ยิงได้มาจาก ZoneDooBall ฝีเท้าของกองหลัง 6 ประตู กองกลาง 2 ประตู กองหน้า 3 ประตู ส่วนอีก 1 ประตูเป็นคู่แข่งทำเข้าประตูตัวเอง ดังนั้นสิ่งที่ยัง(อาจ)เป็นปัญหาของ “บีจีพียู” คือการจบสกอร์ของกองหน้า เพราะตำแหน่งอื่นๆถือว่าลงตัวหมดแล้ว นั่นจึงเป็นที่มาของข่าวลือที่สนั่นวงการว่าในเลกสอง “บีจีพียู” จะได้กองหน้าเกรด “A+” อย่าง “ธีรศิลป์ แดงดา” และ “ดิโอโก หลุยส์ ซานโต” มาร่วมทีมเพื่ออุดรอยรั่วตรงนี้ นี่ไม่ใช่ข่าวลือมั่วๆ แต่มีการยืนยันว่า “บีจีพียู” ยื่นข้อเสนอเจรจากับ “ชิมิซุ เอสพัลส์” ต้นสังกัดของ “ธีรศิลป์” ใน “เจลีก” อย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว โอกาสที่กองหน้าเบอร์ 1 ทีมชาติไทยจะกลับมาเมืองไทยอีกครั้งจึงมีความเป็นไปได้สูง ส่วนที่หมายปลายทางไม่ใช่ “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” เหมือนตอนจากไป แต่คราวนี้คือ “บีจีพียู” ขณะที่ “ดิโอโก” ยอดกองหน้าที่ว่ากันว่าดีที่สุดในประวัติศาสตร์ “ไทยลีก” ผู้เคยพา “บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” พาเหรดกวาดแชมป์มามากมายกำลังจะหมดสัญญากับ “ยะโฮร์ ดารูล ทักซิม” ตามข่าวระบุว่า “บีจีพียู” คุยกับ “ดิโอโก” จนโอเคทุกอย่างแล้ว เหลือเพียงแค่รอกองหน้าเลือด “แซมบ้า” หมดสัญญาที่มาเลเซียแล้วมาเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเท่านั้น หากทุกอย่างเข้าล็อกตามนี้ “ธีรศิลป์” และ “ดิโอโก” จะมา “ไทยลีก” เลกสองพอดี รวมถึงเป็นการเริ่มต้น
“เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2021” ที่คาดว่า “บีจีพียู” ไม่น่าพลาดตั๋วได้ไปด้วยแน่ๆ ถึงตอนนั้นถ้า “ธีรศิลป์” และ “ดิโอโก” มายืนหัวหอกทีมเดียวกันจริง ใครในเมืองไทยจะหยุด “บีจีพียู” อยู่ ? เพราะแกร่งทุกตำแหน่งจริงๆ....พ่อเจ้าประคุณทูนหัว




ความคิดเห็น