top of page
ค้นหา

ฉายา 'มิสเตอร์ยูโรปาลีก' ของ อูไน เอเมรี่

  • รูปภาพนักเขียน: กันดั้ม วิง
    กันดั้ม วิง
  • 26 มิ.ย. 2564
  • ยาว 1 นาที

อูไน เอเมรี่ นำสโมสรต้นสังกัดของเขา ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกยูโรปาลีกเป็นครั้งที่ 5

หลัง บียาร์เรอัล โค่น อาร์เซน่อล ในการเล่นรอบตัดเชือก 2 นัดด้วยสกอร์ 2-1 ทะลุชิงดำกับ แมนฯยูไนเต็ด บนสังเวียน 'สตาดิโอน เมียจสกี้' ของเมืองกดังส์ค ประเทศโปแลนด์ ในวันพุธที่ 26 พฤษภาคมนี้ เทรนเนอร์วัย 49 ปี ขึ้นชื่อว่าเป็น 'มิสเตอร์ยูโรปาลีก' จากการทำผลงานที่ยอดเยี่ยมในรายการนี้ หลังเคยนำ เซบีย่า คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันในซีซั่น 2013-2014, 2014-2015 และ 2015-2016


เอเมรี่ ยังนำ อาร์เซน่อล ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในฤดูกาล 2018-2019 แต่เสียสถิติไร้พ่ายในเกมชิงดำหลังถูก เชลซี อัดคว่ำด้วยสกอร์ 4-1 ก่อนเขาจะนำต้นสังกัดผ่านเข้าถึงแมตช์ชิงดำครั้งที่ 5 กับทีมเรือดำน้ำเหลือ นั่นคือการผ่านเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร บียาร์เรอัล ทีมเรือดำน้ำเหลืองของ เอเมรี่


ยังเป็นทีมที่ทำประตูมากสุดอันดับ 3 ของรายการยูโรปาลีกซีซั่นนี้ จากผลงาน 27 ประตู ตามหลังเฉพาะ อาร์เซน่อล กับ โรม่า ที่ยิงรวมกัน 33 กับ 31 ประตูตามลำดับ ทีมของเทรนเนอร์วัย 49 ปียังเก็บคลีนชีต ดูบอลออนไลน์ ในรายการนี้มากสุด 7 ครั้งเทียบเท่า ดินาโม ซาเกร็บ ของโครเอเชีย แน่นอนว่าผลงานบนเวทียุโรปของ เอเมรี่ ข่มคู่แข่งอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ชัดเจน


ดูบอลออนไลน์

เนื่องจากมันการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรปครั้งแรกของกุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน ซึ่งเคยนำ โมลด์ ชนะ อ็อดด์ บีเค 2-0 ในเกมชิงดำรายการ นอร์เวย์ คัพ เมื่อปี 2014 เท่านั้น แมนฯยูไนเต็ด กับ บียาร์เรอัล เคยพบกันบนเวทียุโรปก่อนหน้านี้ 4 ครั้งในปี 2005 กับ 2008 ซึ่งผลลงเอยด้วยการเสมอ 0-0 ทั้ง 4 เกม อย่างไรก็ตามด้วย


ชื่อชั้นและศักยภาพทีมปีศาจแดง ทำให้พวกเขาถูกยกให้เหนือกว่าคู่ชิงฯ จากเมืองกระทิงชัดเจน ทว่าอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้กับ 'มิสเตอร์ยูโรปาลีก' อย่าง เอเมรี่ ซึ่งเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากสุดในรายการนี้ 'ผมมีชีวิตอยู่กับทุกช่วงเวลา' เอเมรี่ กล่าวถึงการคุมทีมในอดีตจนถึงปัจจุบันกับ บียาร์เรอัล 'การแข่งขันนี้เติบโตขึ้นมาก เซบีย่า ทำให้ผมเติบโตขึ้นมาก,


อาร์เซน่อล เป็นทีมที่ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกสม่ำเสมอ พวกเขาต้องการไปที่นั่น ผมแค่อยากจะใช้ประสบการณ์ของผมในทัวร์นาเมนต์' บียาร์เรอัล เป็นสโมสรที่ 11 ของลีกเมืองกระทิงที่ผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยุโรป ตารางบอล ตามหลัง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า, แอตเลติโก มาดริด, บาเลนเซีย, เซบีย่า, เรอัล ซาราโกซ่า, เอสปันญ่อล, แอธเลติก บิลเบา, อลาเบส และ มายอร์ก้า


ด้าน เฟร์นานโด โรอิก ประธานสโมสรบียาร์เรอัลพึงพอใจมากกับการผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศครั้งแรกของสโมสร พร้อมเน้นย้ำว่า บียาร์เรอัล คาดหวังถึงการคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้โดยไม่หวั่นเกรงศักดิ์ศรีของคู่ปรับอย่าง แมนฯยูไนเต็ด แต่อย่างใด ส่วน เอเมรี่ กล่าวถึงเกมชิงชนะเลิศยูโรปาลีกซีซั่นนี้ว่า 'บรรดาทีมเต็งหลุดออกจากเส้นทาง


และเราสมควรที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศกับ ยูไนเต็ด จากการดูเกมที่ผ่านมาคุณสามารถพูดได้ว่าพวกเขาเป็นทีมเต็ง' 'ผมมีความสุขที่พวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จ แต่ความสุขนั้นไม่จีรัง คุณต้องสนุกกับการเดินทาง ความรู้สึกดีใจนั้นผ่านไปแล้ว เราได้อุทิศการเล่นรอบตัดเชือกทั้งสองเกมให้ประธานสโมสร โครงการนี้เป็นของเขาและความท้าทายนี้เป็นสิ่งดีที่สุดในการก้าวไปสู่เป้าหมาย'​

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page